ใกล้ถึงวันแห่งความรักเข้ามาทุกทีแล้ว
...
มีหลายสิ่งที่ใช้แสดงออกถึงความรัก หรือเป็นตัวแทนความรักอยู่มากมายหลายสิ่ง แต่สิ่งที่ชัดเจน และเป็นที่รู้กันอยู่โดยทั่วไปนั้นก็คือ “ดอกกุหลาบสีแดง” วันนี้จะมาเล่าตำนานอันหลากหลายที่มาของ “ดอกกุหลาบแดง” ให้ฟังว่าเกิดขึ้น และเกี่ยวข้องกับความรักอย่างไรบ้าง
ในตำนานของเปอร์เซียมีเรื่องเล่าขานถึงกำเนิดของกุหลาบแดงไว้ว่า... มี นกไนติงเกล ตัวแรกของโลกมีความปรารถนาที่จะใช้เสียงร้องอันไพเราะของมันกล่อมรัตติกาลให้หวานชื่น
แต่ด้วยกลัวว่าจะเผลอหลับเจ้านก ไนติงเกล จึงปักอกของตัวเองลงที่หนามกุหลาบทำให้มันสามารถทำได้ดังที่ตั้งใจไว้โดยเลือดของเจ้า นกไนติงเกล ที่หยาดหยดลงบนดอกกุหลาบทำให้ดอกกุหลาบมีสีแดง

ตามความเชื่อในเรื่องเทพเจ้าของกรีก เล่ากันว่าเมื่อครั้งที่ เทวีแห่งความรักนามว่า” อโฟรไดท์” (หรือที่เรารู้จักกันในนาม Venus) ถือกำเนิดขึ้นจากท้องทะเล กุหลาบก็ได้ถือกำเนิดขึ้น จากฟองคลื่นขาวสะอาดที่สาดซัดมาต้อนรับ
การเกิดของอโฟรไดท์ ซึ่งกุหลาบทุกดอกยังคงมีสีขาวบริสุทธิ์ เหมือนตอนที่ถือกำเนิดขึ้นมา จนกระทั่งวันหนึ่ง อาโดนิสชู้รักคนหนึ่ง ของอโฟรไดท์ได้รับบาดเจ็บ จนถึงแก่ความตายในการล่าหมูป่า เลือดของชายหนุ่มที่หยดลงไปโดนกุหลาบที่อยู่ใกล้
ทำให้กุหลาบแดงเกิดขึ้นในโลก บ้างก็เล่าว่า ระหว่างที่อโฟรไดท์เร่งรีบจะไปช่วยชายคนรักเกิดโดนหนามกุหลาบ เกี่ยวและเลือดที่รินไหลทำให้กุหลาบกลายเป็นสีแดง และนั่นคือที่มาของกุหลาบแดงที่ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แทนความรัก

บางตำนานเล่าถึงสีแดงของดอกกุหลาบว่า เดิมทีกุหลาบมีสีขาวบริสุทธิ์เพียงสีเดียว แต่เมื่อ อีฟ หญิงสาวคนแรกของโลกไปจุมพิต
ดอกกุหลาบเข้า จึงทำให้ดอกกุหลาบมีสีแดง บางกระแสเล่าว่า อีฟเป็นคนตั้งชื่อดอกไม้ที่เธอโปรดปรานชนิดนี้ว่า “Rose”
และกุหลาบเปลี่ยนเป็นสีแดง เมื่ออดัมกับอีฟถูกไล่ออกจาก สวนอีเดน
สื่อความหมายถึง การที่มนุษย์เอาบาปไปแปดเปื้อนสีขาว บริสุทธิ์ของดอกไม้ ให้เปลี่ยนเป็นสีแดงแห่งกิเลส และตัณหา
บางตำนานถึงจะดูเศร้า และหดหู่ แต่ก็แฝงไปด้วยความรัก โรแมนติกอยู่เหมือนกันอาจเป็นที่มาของการใช้ดอกกุหลาบสีแดงเป็นตัวแทนการสื่อความหมายของความรักก็เป็นได้…..
นอกจากนี้ยังมีตำนานของกำเนิดดอกกุหลาบอื่นๆ
บางตำนานกล่าวว่ากุหลาบเกิดจากการชุมนุมของบรรดาทวยเทพ เพื่อประทานชีวิตใหม่ให้กับนางกินรีนางหนึ่ง ซึ่งเทพธิดาแห่งบุปผชาติ หรือ คลอริส บังเอิญไปพบนางนอนสิ้นชีพอยู่
ในตำนานนี้กล่าวว่า “อโฟรไดท์” เป็นเทพผู้ประทานความงามให้ มีเทพอีกสามองค์ประทานความสดใส เสน่ห์ และความน่าอภิรมย์ และมี เซไฟรัส
ซึ่งเป็นลมตะวันตกได้ช่วยพัดกลุ่มเมฆ เพื่อเปิดฟ้าให้กับแสงของเทพ อพอลโล หรือแสงอาทิตย์ส่องลงมาเพื่อประทานพรอมตะ จากนั้น ไดโอนีเซียส เทพเจ้าแห่งเหล้าองุ่นก็ประทานน้ำอมฤต และกลิ่นหอม

เมื่อสร้างบุปผชาติดอกใหม่นี้ขึ้นมาได้แล้ว เทพทั้งหลายก็เรียกดอกไม้ซึ่งมีกลิ่นหอมและทรงเสน่ห์นี้ว่า “Rosa” จากนั้น เทพธิดาคลอริส ก็รวบรวมหยดน้ำค้างมาประดับเป็นมงกุฎ เพื่อมอบให้ดอกไม้นี้เป็นราชินีแห่งบุปผชาติทั้งมวล จากนั้นก็ประทานดอกกุหลาบให้กับเทพ อีโรส ซึ่งเป็นเทพแห่งความรัก
กุหลาบจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรัก แล้วเทพอีโรส ก็ประทานกุหลาบนี้ให้แก่ ฮาร์โพเครติส ซึ่งเป็นเทพแห่งความเงียบ เพื่อที่จะเก็บซ่อนความอ่อนแอของทวยเทพทั้งหลาย ดอกกุหลาบจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเงียบและความเร้นลับอีกอย่างหนึ่ง
กุหลาบกลายมาเป็นของขวัญ ของกำนัลสำหรับการแสดงความรัก และมักจะมีผู้เปรียบเทียบความงามของผู้หญิงเป็นเสมือนดอกกุหลาบ และผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์โลกที่ได้รับสมญาว่าเป็นผู้หญิงงามเสมือนดอกกุหลาบคือ “พระนางคลีโอพัตรา”
ซึ่งพระนางยังได้เคยต้อนรับ มาร์ค แอนโทนี คนรักของพระนาง ในห้องซึ่งโรยด้วยดอกกุหลาบหนาถึง 18 นิ้ว หอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นกุหลาบ เป็นการแสดงความรักของพระนางที่มีต่อคนรักอย่างหนึ่ง
***************************
สนใจติดตามข้อมูล อ่านต่อได้ที่
www.facebook.com/Letterplanet.fan
