[Love Learning ]  [article] ครูตุ้ยแนะแนว‬ – ‪เราเรียนเลขไปทำไม?

 
 
 


‪ครูตุ้ยแนะแนว‬ - เราเรียนเลขไปทำไม?

วันนี้สอน calculus เด็กปี 1 บทที่สอนเป็นแค่การปูพื้นเพื่อให้เข้าใจที่มาของ diff กับ integrate เท่านั้น ดูแล้วไม่น่าจะใช้ในชีวิตประจำวันได้เลย แม่ค้าคงไม่เข้าใจถ้าเราบอกว่า limit ของราคาสินค้าสูงเข้าใกล้ infinity

เด็กคนนึงยกมือถาม 'เราเรียนเลขไปทำไม?'

และนี่คือคำตอบที่ผมรวบรวมมาให้

1.‪ ‎ในแง่การเรียนรู้ในวัยเด็กและคุณภาพการศึกษา‬
เคยได้ยินมาหลายครั้งว่าเลขช่วยฝึกให้เราคิด บางคนบอกว่าฝึกสมองทำให้เราฉลาด แต่ผมคิดว่ามีอีก 2 คำที่สำคัญไม่แพ้กันคือ 'ตรรกะ' และ 'การจัดระบบความคิด'

เลขเป็นวิชาที่มีเหตุมีผล เราฝึกเรื่องนี้จากการเรียนเลขตลอดเวลา ช่วยให้เรามีตรรกะที่ดีในการตัดสินใจ เลขยังช่วยให้เราฝึกการจัดระบบความคิดเพื่อแก้ปัญหาที่ซับซ้อนด้วย

ในระดับนานาชาติเองก็ให้ความสำคัญกับคณิตศาสตร์

มีการทดสอบชื่อ Programme for International Assessment (PISA) ครั้งล่าสุดในปี 2012 ซึ่งจัดขึ้น 3 ปีครั้งเพื่อประเมินคุณภาพระบบการศึกษาของประเทศต่างๆ จากทักษะใน 3 วิชา Math, Science, and Reading การทดสอบนี้จัดโดย OECD ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศชั้นนำทางเศรษฐกิจ โดยทดสอบนักเรียนอายุ 15 ปีจำนวน 510,000 คนจาก 65 ประเทศทั่วโลก หนังสือพิมพ์ The Guardian ของอังกฤษบอกว่า PISA ให้ความสำคัญกับ Math ที่สุด

สื่อต่างชาติเองก็ให้ความสำคัญกับ test นี้ ถ้า google คำว่า PISA จะพบว่า Business Insider, BBC, Washington Post ฯลฯ ก็เล่นข่าวนี้ด้วย

การทดสอบนี้เด็กไทยได้อันดับ 50 จาก 65 ประเทศในวิชา Math!

ไทยตามหลังสิงคโปร์และเวียดนามที่ได้อันดับ 2 และ 17 ตามลำดับ ดูผลแล้ว ประเทศที่อันดับแย่กว่าเราแต่น่าจะเจริญกว่าเรามีมาลเซีย (52) ประเทศเดียว นอกนั้นประเทศที่เค้าเจริญกว่าเราก็อันดับสูงกว่าเราหมด (http://www.theguardian.com/…/pisa-results-country-best-read…)

2.‪ ในแง่การสอบเข้าศึกษาต่อ
ในการสอบเข้าระดับประถม - มัธยม แทบทุกโรงเรียนต้องใช้เลข ในการสอบเข้าระดับมหาวิทยาลัย มีน้อยคณะมากที่ไม่ต้องสอบเลข ถ้าเราทิ้งวิชานี้ไปนั่นหมายความว่าเราตัดทางเลือกอาชีพไปกว่าครึ่งแล้ว

แม้แต่การสอบเข้าคณะแพทย์ที่หลายคนอาจคิดว่าเป็นอาชีพที่ไม่ได้มีการคำนวณเป็นสำคัญ (จริงๆ สำคัญโดยเฉพาะในแง่การทำวิจัย) ก็ให้น้ำหนักกับวิชาคณิตศาสตร์มากที่สุด (20%)

3.‪ ในแง่การศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย‬
แทบทุกสาขาวิชาหนีวิชาที่เกี่ยวกับคณิตศาสตร์ไม่พ้น ผมลองนั่งนับวิชาที่เกี่ยวกับคณิตศาสตร์ในหลักสูตรที่ลาดกระบังกับมหิดลดู พบว่าคณิตฯ มีสัดส่วนที่มากและสามารถส่งผลต่อ GPA มากทีเดียว จากหน่วยกิตที่ต้องเก็บประมาณ 130 - 140 หน่วยกิต มีวิชาพื้นฐานที่เกี่ยวกับเลขตรงๆ มีดังนี้

Software Engineering (ลาดกระบัง) - 18 หน่วย
Engineering and Technology Management (ลาดกระบัง) - 12 หน่วย
Logistics and Supply Chain Management (ลาดกระบัง ป.โท) - 3-6 หน่วย (จาก 36)

Business Administration (MUIC) - 9 หน่วย
Chemistry (MUIC) - 15 หน่วย

ของ MUIC นี่ยังต้องผ่านวิชาเลขที่เป็น non-credit อีก 2 วิชาด้วยในกรณีที่คะแนนสอบเข้าไม่ถึงเกณฑ์

นี่ยังไม่รวมวิชาตัวต่อที่ต้องมีเลขเป็นพื้นฐาน อย่างเช่น Accounting, Econ, Finance, Quality Assuarance, ฯลฯ ถ้ารวมวิชาเหล่านี้เข้าไปด้วยแล้วผมเชื่อว่า 'เลข' มีส่วนกับประมาณ 30 - 40% ของหน่วยกิตทั้งหมดเลย และอย่าลืมว่าองค์กรใหญ่ๆ หลายองค์กรรับเกรดขั้นต่ำ 2.75 เพราะฉะนั้นถ้าเลขไม่ดีแล้ว โอกาสที่จะจบแบบเกรดไม่สวยมีมากทีเดียว

4.‪ ในแง่อาชีพ‬
มีหลายอาชีพที่ต้องใช้คณิตศาสตร์เป็นส่วนสำคัญในการทำงาน เช่น นักบัญชี, นักเศรษฐศาสตร์, นักบริหาร, นักการเงิน, วิศวกร, สถาปนิก, แพทย์, ครู, นักกฎหมาย, ทหาร หรือแม่แต่นักการเมือง

และยังมีอาชีพที่ใช้คณิตศาสตร์ตรงๆ ด้วยที่คนไทยเรามักไม่นึกถึง เช่น นักคณิตศาสตร์และนักคณิตศาสตร์ประกันภัย รายได้ดีนะครับ ข้อมูลจากเว็บpayscale.com ระบุว่ารายได้เฉลี่ยของนักคณิตศาสตร์และนักคณิตศาสตร์ประกันภัยคือ $77,776 และ $81,578 ต่อปีตามลำดับ เทียบกับวิศวะโยธาที่ $62,019 และนักบัญชีที่ $47,936 ถือว่าไม่น้อยเลย

5.‪ ‎ในแง่การใช้ในชีวิตประจำวัน‬
จริงๆ แล้วผมควรเขียนถึงหัวข้อนี้เป็นหัวข้อแรก แต่ถ้าทำอย่างงั้นก็คงไม่มีใครอ่านต่อ

อย่าลืมว่าเลขอยู่รอบตัวเราตลอดเวลา หลายๆ อย่างที่เราต้องตัดสินใจไม่สามารถใช้ความรู้สึกได้เสมอไปอะไรคือ 'มาก' อะไรคือ 'น้อย' เรามีความรู้เรื่องดอกเบี้ยดีพอไม่ เวลาจะทำธุรกิจ เวลาขอกู้ ไม่ต้องคำนวณเองหรอก แต่เรามีความสามารถพอจะเข้าใจวิธีคำนวณที่ธนาคารเอามาให้เราดูรึเปล่า?

สิ่งเหล่านี้เด็กหลายคนอาจยังไม่เห็นความสำคัญ แต่ผู้ใหญ่บางคนน่าจะเคยประสบมาแล้วว่าการตัดสินใจผิดเพียงนิดเดียวอาจทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปเลย

‪‎ข้อคิดเพิ่มเติม‬
- ต้องยอมรับว่าวิชาคณิตศาสตร์มีความสำคัญและเป็นที่ยอมรับทั่วโลก เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องเรียนให้ดีที่สุดตามความถนัดและศักยภาพที่มี

- ฉะนั้น ถ้าเรียนเลขไม่รู้เรื่องอย่าไปโทษว่าไม่รู้จะให้เรียนไปทำไม ควรคิดว่าทำไมเราถึงเรียนไม่รู้เรื่อง

- การที่ระบบการศึกษาของไทยไม่ดีกับการที่คิดว่าไม่รู้จะเรียนเลขไปทำไมเป็นคนละเรื่อง ระบบการศึกษาไม่ดีเหมือนถนนไม่ดี แต่สุดท้ายเราต้องพยายามไปให้ถึงจุดหมายให้ได้เหมือนกับประเทศที่เค้ามีระบบดีกว่าเรา

- อย่างไรก็ตาม ไม่ได้แปลว่าเราจำเป็นต้องเก่งเลขเท่านั้นจึงจะประสบความสำเร็จ ถ้ามันชัดเจนแล้วว่าสายวิทย์ไม่ใช่ความถนัดของเราจริงๆ ก็ไม่จำเป็นต้องฝืน ทางเลือกอื่นยังมี เพียงแต่เด็กๆ ไม่ควรล้มเลิกเพียงเพราะคิดว่ามันยากและไม่พยายามเท่าที่ควร

ขอบคุณครับ

เกี่ยวกับผู้เขียน

อ่านเรื่องราวดีๆ ในห้องเรียนเพิ่มเติม




‪ที่มา‬:
http://www.theguardian.com/…/pisa-results-country-best-read…
http://www.businessinsider.com/pisa-rankings-2013-12
http://www.bbc.com/news/business-26249042
http://www.payscale.com/

ที่มาภาพประกอบ: www.educationnews.org
Post by : RTDiary บันทึกของครูตุ้ย

บันทึกของครูตุ้ย RTDiary “การศึกษาเป็นประกันของชีวิต เพิ่มความน่าจะเป็นในการสำเร็จ ลดความเสี่ยงในการล้มเหลว” www.facebook.com/rtdiary Line ID: tui-ronnachai


- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles