

น่าน.... จังหวัดนี้มีชื่อเสียงเรื่องธรรมชาติอันสมบูรณ์ และวิถีชีวิตแบบช้าๆ
ที่เชื่อเถอะว่าใครได้ไปสัมผัสแล้ว ย่อมมีอันต้องติดใจกันไปเป็นแถบๆ
ถ้าพูดถึงการท่องเที่ยวจริงๆแล้ว
จังหวัดน่านไม่ได้มีดีแค่ความเงียบสงบที่เอื้อต่อการพักผ่อนเท่านั้น
แต่ยังเป็นจุดหมายของชาวพุทธทั่วประเทศที่มุ่งมาเยี่ยมชม
และสักการะสถานที่สำคัญทางศาสนา
ของจังหวัดนี้ด้วย
ซึ่งวัดทั้ง 3 แห่งของเมืองในปัจจุบันนี้ ก็อยู่ในความดูแลของอพท.สำนักงานพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่านทั้งหมด 
สำหรับผู้ที่มุ่งมาทำบุญไหว้พระโดยเฉพาะ
จุดหมายแรกที่มักจะอยู่ในลิสต์คือ วัดพระธาตุแช่แห้ง
ที่ตั้งอยู่ในตำบลม่วงติ๊ด อำเภอภูเพียง ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากตัวเมืองเพียง 3 กิโลเมตร

พระอารามหลวงแห่งนี้นับเป็นเหมือน อนุสรณ์ของความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น
ระหว่างเมืองน่าน และเมืองสุโขทัยในอดีต เพราะพงศาวดารเมืองน่านระบุไว้ว่า
พระบาการเมือง เจ้านครน่านได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากกรุงสุโขทัยมาประดิษฐานไว้ที่ดอยภูเพียงแช่แห้ง

ส่วนชื่อแช่แห้งนั้น ตามตำนานเล่าว่าพระพุทธเจ้าได้เสด็จมาประทับสรงน้ำริมฝั่งแม่น้ำน่าน
และเสวยผลสมออบแห้ง ที่พระยามลราชนำมาถวาย แต่ผลสมอนั้นแห้งมาก
พระพุทธเจ้าจึงนำผลสมอนั้น ไปแช่น้ำก่อนเสวย และทรงพยากรณ์ว่าต่อไป
ณ จุดนี้จะมีผู้นำพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐาน
วัดอีกวัดหนึ่ง ที่ถ้ามาเมืองน่านแล้วต้องห้ามพลาด!
เห็นจะเป็น วัดภูมินทร์ ที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองน่านเลยนั่นเอง
วัดหลวงแห่งนี้เดิมชื่อ "วัดพรหมมินทร์" และโดดเด่นในฐานะวัดที่สร้างทรงจัตุรมุขแห่งเดียว
ในประเทศไทย พระอุโบสถจัตุรมุขดูเหมือนตั้งอยู่บนหลังพญานาคขนาดใหญ่ 2 ตัว
ตรงกลางประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ 4 องค์ ที่หันพระพักตร์ออกไปยังประตูสี่ทิศ


ส่วนผนังด้านในนั้น ประดับด้วยภาพจิตรกรรมที่มีตั้งแต่เรื่องราวชาดก
ไปจนถึงวิถีชีวิตพื้นบ้าน รวมถึงภาพกระซิบของปู่ม่าน-ย่าม่านอันโด่งดังนั่นเอง

อีกวัดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวมักจะไม่พลาด คือ วัดพระธาตุเขาน้อย
ในอำเภอเมืองที่อยู่ห่างจากตัวเมืองน่านออกไปประมาณ 2 กิโลเมตรเท่านั้น
องค์พระธาตุที่วัดเขาน้อยแห่งนี้มีอายุเก่าแก่กว่า 500 ปี
ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้
ส่วนด้านนอกที่เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางลีลาองค์ใหญ่ คือพระพุทธมหาอุตมมงคมนันทบุรี
ศรีเมืองน่านยังเป็นจุดชมวิวที่มองออกไปเห็นวิวเมืองน่านทั้งเมืองด้วย

ใครที่อยากได้ภาพสวยๆ กลับไปเป็นที่ระลึก
แนะนำให้ขึ้นมาช่วงเช้ามืด หรือช่วงเย็น
เพื่อเก็บภาพพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตก
ซึ่งใครที่อยากออกกำลังกายสักนิด
ก็อาจเลือกเดินขึ้นบันไดสามร้อยกว่าขั้นขึ้นมาก็ได้
แต่ถ้าขี้เกียจเดินก็สามารถขับรถขึ้นไปได้เช่นกัน
เขียนโดย คุณชิดสุภางค์ ฉายวิโรจน์
www.mylifeinwander.wordpress.com
ภาพ: องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
ถ้าชอบเที่ยวแนวนี้ ลองแอด Line ของอพท. @dastatravel (มี@)
หรือ แสกน "QR code" ในรูปด้านล่างได้เลย
เพื่อรับข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆเพิ่มเติม