[เคยรู้สึกถึงอาการหน่วงๆ ในท้องกันบ้างไหม]
...
บางช่วงก็มีอาการเสียงร้องคล้ายท้องร้องหิวข้าว บางช่วงก็มีอาการผายลมถี่ จนทำให้เกิดความรำคาญให้กับคนรอบข้าง หรือ มีอาการท้องผูกบ้าง ท้องเสียบ้าง สลับกันไป
ถ้าหากมีอาการ ดังกล่าวมานี้ แสดงว่า กำลัง สุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคลำไส้แปรปรวน หรือ IBS
ซึ่งอาการของโรคนี้ ก็เกิดตามชื่อโรคเลย โดยเกิดมาจากความผิดปกติในลำไส้ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด หรือ แสดงอาการแบบไหน เช่นกัน ถึงแม้ว่าโรคดังกล่าวอาจจะไม่ร้ายแรงอันตรายจนถึงชีวิต
แต่ถ้าหากปล่อยไว้นานไป มันอาจจะลุกลามและต่อยอดพัฒนาไปจนเรื้อรังได้ ฉะนั้นแล้ว บรรทัดต่อจากนี้ ควรรู้ไว้ไม่เสียหลายดีกว่า เพื่อความไม่ประมาทในท้องไส้ของเราเอง
ที่มาของโรค “ลำไส้แปรปรวน”
โรคนี้เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการทำงานผิดปกติของลำไส้ โดยไม่มีความผิดปกติทางกายภาพของลำไส้ที่จะสามารถอธิบายว่าเป็นสาเหตุของอาการได้ กล่าวคือ เป็นโรคของลำไส้ที่บีบตัวผิดปกติ และตรวจไม่พบก้อนเนื้องอกด้วยการส่องกล้องตรวจลำไส้แต่อย่างใด โดยโรคดังกล่าวเป็นโรคที่พบบ่อยในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งจะพบได้มากในคนวัยทำงาน อายุ 30-35 ปี และยิ่งพบมากขึ้นในหมู่วัยรุ่นอีกด้วย
อาการและสาเหตุของ “ลำไส้แปรปรวน”
โดยทั่วไป อาการของโรคดังกล่าว สามารถเป็นได้หลายรูปแบบ ซึ่งรูปแบบดังต่อไปนี้ ก็สามารถเข้าข่ายในการอยู่ในโรคนี้ได้ หรือ อาจจะไม่เป็นก็ได้ ดังนี้
- มีอาการปวดท้อง โดยอาจจะปวดบริเวณตรงกลางท้อง หรือบริเวณตรงท้องน้อย แต่โดยส่วนใหญ่ มักจะปวดตรงบริเวณท้องน้อยด้านซ้าย และจะปวดแบบเกร็ง
- มีอาการท้องโตขึ้น คล้ายกับว่ามีลมอยู่ในท้อง และมีการเรอหรือผายลมบ่อย
- มีอาการแน่นท้อง หรือ ท้องอืด
- มีอาการถ่ายผิดปกติ ทั้งท้องผูก ท้องเสีย หรือ มีทั้งสองอาการสลับกันไป บางรายอาจจะมีอาการความรู้สึกเหมือนถ่ายไม่สุด
- หรือบางรายมีการถ่ายอุจจาระแบบเหลว หรือ น้ำมูกร่วมด้วย แถมจะเป็นๆ หายๆ สลับกันไป หรือมีอาการเกิน 3 เดือน อีกด้วย
ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคดังกล่าวได้ คือ
- มีภาวะเครียดกังวล
- รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา
- รับประทานอาหารจานด่วน
- รับประทานอาหารที่มีกากใย น้อย
- มีการขาดการออกกำลังกาย
- การพักผ่อนไม่ที่เพียงพอ
ทำตามนี้ ไม่เกิดโรคดังกล่าวได้แน่นอน
- หลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดภาวะเครียดหรือกังวล
- ดูแลร่างกายให้แข็งแรง และ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- ควรรับประทานอาหารเช้าให้ได้ทุกวัน เพราะเป็นช่วงที่ลำไส้ใหญ่ทำงานหนักมากที่สุด
- ไม่ควร กลั้นการขับถ่าย เพราะหากไม่ได้ถ่ายในช่วงเวลาที่ปวด อาจจะทำให้ส่งผลกลายเป็นอาการท้องผูกในเวลาถัดมา
- สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่พอเหมาะ โดยเน้นอาหารที่มีกากใยเป็นพิเศษ
หากมีปัจจัยกระตุ้น ดังนั้นเมื่อเกิดอาการโรคลำไส้แปรปรวน ให้หมั่นสังเกตว่าอาการที่เกิดขึ้นสัมพันธ์กับชนิดของอาหารหรือไม่ หากมีความสัมพันธ์กัน แนะนำให้ลด หรือละ อาหารดังกล่าว และรับประทานอาหารให้ตรงเวลา แต่หากไม่ดีขึ้นแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ทันที