กาแฟ...
ผมเชื่อว่าคนวัยทำงานหลายคนต่างชอบดื่มกาแฟ สาวๆ หลายคนชอบนั่งชิลอยู่ในร้านกาแฟ ผมก็เป็นอีกคนที่ชอบออกไปนั่งดื่มกาแฟที่ร้านกาแฟ ด้วยหลงรักในกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟ และเหตุผลหลักคือรสชาติของกาแฟที่เข้มข้นอร่อยกว่ากาแฟซองสำเร็จรูป
ผมมองว่าการชงกาแฟจัดเป็นศิลปะแขนงหนึ่งเลยนะ กว่าบาริสต้า จะทำกาแฟออกมาได้แต่ละแก้ว เค้าจะต้องมีการคำนวนเวลา และอุณหภูมิอย่างแม่นยำ เพื่อให้ได้ Perfect Shot ออกมาเป็นกาแฟที่อร่อยที่สุด
แต่...ใช่ ว่าเราจะสามารถออกไปทานกาแฟสดตามร้านได้ทุกวัน หากวันไหนงานยุ่งก็คงจะไปนั่งชิลล์ไม่ได้ อีกอย่างราคาของกาแฟตามร้านก็ไม่ใช่น้อยๆ แพงกว่าค่าข้าวซะอีก บริษัทผมเคยเสนอให้ซื้อเครื่องทำกาแฟมาตั้งไว้ที่ออฟฟิคเลย เป็นสวัสดิการให้พนักงาน จะได้ประหยัดค่ากาแฟ แต่โครงการโดนพับ เพราะเครื่องทำกาแฟมีราคาสูงและดูแลรักษายาก ต้องล้างทุกวัน และที่สำคัญที่สุดคือ บาริสต้ามือสมัครเล่นอย่างพวกเรา คงทำกาแฟออกมารสชาติเสียของกันอย่างแน่นอน
แผนการกาแฟสดใน Office ของผม เพิ่งจะสำเร็จเป็นจริงได้ หลังจากที่ Nestle ได้เชิญผมไปร่วมงานเปิดตัวเครื่องทำกาแฟ ที่มีชื่อว่า...
Nescafe Dolce Gusto

Nescafe Dolce Gusto
เจ้าเครื่อง Nescafe Dolce Gusto นี่ได้รับรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมจาก Reddot Design Award 2012 ด้วยนะ ดูแล้วก็สวยงามสมกับที่ได้รับรางวัลมาจริงๆ ปกติเราจะเห็นเครื่องชงกาแฟเป็นตู้สี่เหลี่ยมๆ ซะมากกว่า แต่เจ้าเครื่องนี้จะมีดีไซน์ที่สวยงาม เอามาวางประดับไว้ในห้องรับแขกก็ดูเก๋ ไม่ขัดหูขัดตา น่าจะดูดีไม่น้อย เวลาแขกมาที่บ้านแล้วเราเสริฟกาแฟสดให้เนี่ย หุหุ
รุ่นกลมๆ นี่มีชื่อว่า Circolo ค่าตัวอยู่ที่ 8,990 บาทเท่านั้น :D
เติมน้ำครั้งนึงชงได้ประมาณ 8-10 แก้วครับ แล้วแต่ว่าชงกาแฟอะไร

Circolo
เจ้า นี่เป็นอีกรุ่นหนึ่งมีขนาดเล็กลงมา ชื่อว่า Genio ความสามารถเหมือนกับรุ่นพี่ Circolo แต่ว่าความจุจะน้อยก่า
ชงได้ 3-5 แก้ว ต่อการเติมน้ำหนึ่งครั้ง ค่าตัวเพียง 6,990 บาท

Genio
ความง่ายของมันอยู่ที่การทำกาแฟที่แสนง่ายดาย แค่เอาแคปซูลกาแฟมาใส่กดปุ่มจิ้ม 1 จึ้กก็เรียบร้อย เจ้าแคปซูลพวกนี้เป็นซีลที่ภายในจะใส่เมล็ดกาแฟที่บดแล้วเอาไว้นั่นเอง ซึ่งจะมีกาแฟหลากหลายรสชาติให้เลือกมากกว่า 40 ชนิด แต่ว่าจะเริ่มวางจำหน่ายในบ้านเราแค่ 4 รสชาติก่อนนะครับ มีให้เลือกคือ เอสเปรสโซ, มอคค่า, คาปูชิโน และ ไอซ์คาปูชิโน ก็เป็น 4 รสชาติหลักๆ ที่บ้านเรานิยมทานกัน

แคปซูลกาแฟ
หน้าตากล่องเป็นแบบนี้ครับ กล่องละ 329 บาท 1 กล่องจะชงได้ 8 แก้ว จะมีแคปซูลกาแฟให้ 8 อัน กับแคปซูลนมอีก 8 อันต่อกล่อง ตกแก้วละ 41 บาท เท่านั้นเอง ยกเว้นรส Espresso ที่จะชงได้ถึง 16 แก้ว เพราะว่าไม่ต้องใส่นม(เจ้าแคปซูลพวกนี้สามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าและซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วไป แต่ที่แน่ๆ ห้างเซ็นทรัลมีขายครับ)

ลังเลว่าจะจัดไปใช้ที่ออฟฟิคดีไหม บังเอิญสบตากับบาริสต้าสาว เป็นอันว่า...เราได้เจ้า Nescafe Dolce Gusto รุ่น Genio มารีวิว แหะๆ

กล่องของ Nescafe Dolce Gusto รุ่น Genio มาเป็นทรง 6 เหลี่ยม แปลกดีครับ

Nescafe Dolce Gusto
ข้างในมีคู่มือกับใบรับประกัน และโบรชัวร์แนะนำตัว Nescafe Dolce Gusto

คู่มือนั้นเก็บลงกล่องอย่างไว โดยไม่ได้อ่าน
เพราะเห็นบาริสต้าเค้าสาธิตแล้ว ต้องยอมรับว่ามัน ง่าย จริง อะไรจริง ดูครั้งเดียวจำได้เลย

ก็จะมีตัวเครื่องกับที่วางแก้วที่ถอดออกมาล้างได้

ที่วางแก้วสามารถถอดตะแกรงออกมาได้ครับ ล้างง่ายมากๆ

ตรงนี้ออกแบบมาดีครับ จะเห็นว่ามีที่ล็อกหลายระดับครับ
หากแก้วเราเล็กเราก็แขวนที่รองแก้วให้สูงหน่อย เพราะถ้าวางต่ำ เวลาน้ำกาแฟไหลลงมา มันจะกระเด็นเลอะเทอะได้ง่าย

การทำกาแฟก็ง่ายแสนง่ายครับ ยกคันโยกสีเงินขึ้น แล้วดึงลิ้นใส่แคปซูลออกมาครับ

ดึงออกมาเลยครับ :)

เอาแคปซูลใส่เข้าไปแบบนี้ จะใส่ได้พอดีเป๊ะ ผมจะลองทำรสคาปูชิโน CAPPUCCINO นะครับ
สังเกตบนฝาแคปซูลนะครับจะมีขีดอยู่ อันนี้คือ 1 ขีด

คือเจ้าแคปซูลเนี่ย เราจะใช้ 2 อัน ต่อการชง 1 แก้วครับ อันนึงจะเป็นกาแฟ ส่วนอีกอันจะเป็นนม สังเกตง่ายๆ ว่าอันที่เป็นนมตัวแคปซูลจะเป็นสีขาวครับ อย่างคาปูชิโนตัวกาแฟจะกดน้ำ 1 ขีด และนม 6 ขีด (สังเกตขีดได้ที่ฝา)

การปรับขีดให้เราเลื่อนปุ่มสีเงินกลมๆ ตรงกลางครับ การชงแนะนำให้ใส่กาแฟก่อนนะครับ ก็เลื่อนไป 1 ขีด ต่อไปก็กดปล่อยน้ำ จะเห็นว่ามี 2 ปุ่มครับ ปุ่มฟ้าก็จะออกมาเป็นน้ำเย็น ปุ่มแดงออกมาเป็นน้ำร้อน เป็นทีเด็ดเลยนะครับ คือชงได้ทั้งกาแฟร้อนและกาแฟเย็นในเครื่องเดียว
(อันนี้กดปุ่มแดงนะครับ เราจะทำกาแฟร้อนกัน)

กด ปุ้ป เครื่องจะทำงานทันทีเสร็จภายในไม่กี่วินาทีเท่านั้น เครื่องจะควบคุมอุณหภูมิและปริมาณน้ำให้เอง ความร้อนจะอยู่ที่ 15 บาร์ ความร้อนของมาตรฐานการทำกาแฟครับ

จากนั้นก็เปลี่ยนแคปซูลกาแฟออก ใส่แคปซูลนมเข้าไปแทน อย่าลืมปรับระดับขีดปริมาณน้ำนะครับ

เสร็จแล้วก็จะออกมาหน้าตาสวยงามแบบนี้ กลิ่นหอมทีเดียวครับ รสชาติกลมกล่อมเลยล่ะ รสชาติดีกว่ากาแฟสดในหลายๆ ร้าน แต่ว่ากาแฟไม่ค่อยมีครีมากนะครับ ผมได้ลองชิมทั้ง 4 รสชาติแล้ว แล้ว ผมว่ารส Mocha และ Cappuccino ใช้ได้เลยล่ะ แต่ Espresso ยังไม่สุดเท่าไหร่ ขมอย่างไม่กลมกล่อม ออกฝืดไปนิด

ผมแอบซนแกะข้างในแคปซูลออกมาดู อยากรู้ว่าข้างในจะเป็นยังไง แหะๆ


มุมมองของผมที่มีต่อกาแฟ ผมว่ามันไม่ใช่แค่เครื่องดื่มนะ แต่ Coffee can be Society เลยล่ะ หลายครั้งที่คุยงานไป จิบกาแฟไป ทำให้งานราบรื่นอย่างไม่น่าเชื่อ คงเพราะกลิ่นและรสชาติกาแฟ ทำให้บรรยากาศตึงเครียดที่เกิดจากงานมันผ่อนคลายลงละมั้ง จึงไม่แปลกอะไรที่เรามักจะเห็นนักธุรกิจนั่งคุยงานตามร้านกาแฟ
ผมคิดว่าเจ้าเครื่อง Nescafe Dolce Gusto เป็นเครื่องชงกาแฟที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนทำงานที่ต้องการเวลาและความ สะดวกสบายครับ ด้วยตัวเครื่องที่ดีไซน์สวยงามและใช้พื้นที่ในการวางไม่เยอะ จะวางในห้องรับแขกก็สวยงาม หรือจะวางบนโต๊ะทำงานก็เข้าท่า ไม่ได้เปลืองพื้นที่มากมาย ขั้นตอนการชงที่ไม่ยุ่งยากและเลอะเทอะ ราคาผมว่าก็ไม่ได้สูงมากแก้วนึงประมาณ 40 บาท เท่านั้นเอง ออกไปทานร้าน ก็ต้องมี 50 ขึ้นไป ไหนจะ Service Charge อีก
ตอนนี้ผมก็กลายเป็นบาริสต้าประจำออฟฟิคไปแล้วล่ะ ทุกคนติดใจจนเลิกกินกาแฟ 3 in 1 กันเลยทีเดียว เวลามีลูกค้ามาพบที่บริษัท เสริฟ์กาแฟสดให้ก็เท่ไม่ใช่น้อย แต่ก็ต้องยอมรับนะครับว่า ความอร่อยยังสู้กาแฟสดดีๆ ไม่ได้ แต่ถ้าเทียบกับร้านทั่วไปผมว่า ความอร่อยกินขาดครับ