น้ำมัน.....ใช้ประกอบอาหารทั่วๆ ไป มี ๒ ชนิด คือ "น้ำมันพืชและน้ำมันสัตว์"
เมื่อ ๓๐ กว่าปีก่อน "น้ำมัน" ที่ใช้ประกอบอาหารในครัวเรือน มีเพียงแค่ น้ำมันหมูและน้ำมันมะพร้าว เท่านั้น ต่อมาได้มีการผลิต "น้ำมัน" จากถั่วลิสงออกมาเพิ่มอีกชนิดหนึ่ง สมัยนั้นคนที่มีสตางค์หน่อยมักนิยมใช้น้ำมันหมูที่ซื้อมาเจียวเอง
ส่วนชาวบ้านทั่วไปก็อาจจะซื้อ [น้ำมันหมู] ที่เขาเจียวใส่ปี๊บขายเป็นกิโลกรัม หรือไม่ก็ใช้ [น้ำมันมะพร้าว]
ต่อมา...เมื่ออุตสาหกรรมการผลิตก้าวหน้า ก็มีน้ำมันปรุงอาหารจากพืชนานาชนิด ทยอยออกมาให้เราได้รู้จักและเลือกใช้มากมาย เช่น
- น้ำมัน รำข้าว
- น้ำมัน ถั่วเหลือง
- น้ำมัน งา
- น้ำมัน จากดอกคำฝอย
- น้ำมัน จากเมล็ดฝ้าย
- น้ำมัน จากดอกและเมล็ดทานตะวัน
- น้ำมัน ปาล์มโอเลอิน
ผู้บริโภค...ควรทำความรู้จัก "น้ำมันพืชกับน้ำมันสัตว์" ให้มากยิ่งขึ้น
ส่วนใหญ่จะเข้าใจผิดคิดว่า น้ำมันพืชต่างจากน้ำมันหมูหรือน้ำมันสัตว์ (เช่น เนย) ตรงที่ให้พลังงานน้อยกว่าน้ำมันสัตว์ ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด
ความจริงแล้ว ไม่ว่า "น้ำมันพืชหรือน้ำมันสัตว์" ก็จะให้พลังงานต่อหน่วยน้ำหนักเท่ากัน คือ 1 กรัม จะให้พลังงานเท่ากับ 9 แคลอรี่
....ดังนั้น ความเชื่อที่ว่ากินน้ำมันพืชแล้วไม่อ้วน จึงไม่เป็นความจริง เพราะไม่ว่าน้ำมันอะไร หากกิน มากเกินก็ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้เหมือนกัน
น้ำมันมะพร้าว...ที่วางขาย ทั่วๆ ไปอาจมีหลากหลายยี่ห้อ เราในฐานะผู้บริโภคควรมีวิธีสังเกตคุณภาพของน้ำมันมะพร้าวหากจะเลือกซื้อมาใช้
1. หากต้องซื้อ "น้ำมันมะพร้าว" มาใช้ ต้องมีความใส ไม่มีสี ลักษณะโปร่งแสง ไม่มีการตกตะกอน แต่การสังเกตจากข้อนี้อาจไม่ชัดเจน เพราะบางยี่ห้อก็บรรจุในขวดพลาสติกขุ่น หรือมีสี แต่ถ้าบรรจุขวดแก้วก็จะสังเกตได้ง่ายกว่า
2. "น้ำมันมะพร้าว" ต้องมีกลิ่นหอมของมะพร้าว ไม่มีกลิ่นหืน หรือเปรี้ยว แม้ว่าจะมีการเปิดใช้หลายครั้งแล้ว แต่ด้วยกระบวนการผลิตในบางยี่ห้อ อาจมีการดัดแปลงโดยใช้น้ำหอมสังเคราะห์กลิ่นมะพร้าว หรือกลิ่นมะพร้าวน้ำหอมเข้าไป ทำให้มีกลิ่นหอมมากในตอนเปิดขวดแรก ๆ แต่หลังจากนั้นความหอมจะจางลง กลายเปลี่ยนเป็นเหม็นเปรี้ยว ซึ่งจะทำให้อายุของน้ำมันมะพร้าวอยู่ได้ไม่นาน
3. ความเบา "น้ำมันมะพร้าว" คุณภาพดี จะมีความเบา มีความหนืดน้อยมาก

4. การใช้ "น้ำมันมะพร้าว" ปรุงอาหารจะต้องคำนึงถึงความร้อนที่ใช้ประกอบอาหารเป็นหลัก เพราะนอกจากจะทำให้อาหารเหล่านั้นมีรสชาติที่เท่ากันแล้ว การเลือกใช้น้ำมันให้เหมาะสมกับชนิดและประเภทของการปรุงอาหารจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย

5. "น้ำมันมะพร้าว" เป็นน้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวมาก และเป็นไขได้ง่ายเมื่อมีอุณหภูมิต่ำ เเต่จะละลายได้เมื่อมีอุณหภูมิสูงกว่า 25 องศา เเละทนความร้อนได้ดี
ดังนั้น...เราจึงควรใช้ "น้ำมันมะพร้าว" แทนน้ำมันพืชชนิดอื่นๆ ในการประกอบอาหาร หรือทำอาหารจะดีที่สุด เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเรา และคนในครอบครัว ซึ่งปัจจุบันน้ำมันมะพร้าวมีการผลิตกันมากขึ้น จึงส่งผลดีกับผู้บริโภคซื้อ "น้ำมันมะพร้าว" ได้ในราคาที่ถูกลงอีกด้วย
**********
คุยกันต่อได้ที่
Facebook : Plearn Coconut Cooking Oil
Youtube : Plearn Coconut Cooking Oil
Blog : Plearn Coconut Cookingoil
พูดคุย ปรึกษาได้ที่

กรอกข้อมูลเพื่อรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ กับ Plearn Cooking Oil ได้ที่นี่ คลิ๊กเลย